สอนสร้างธุรกิจส่วนตัว บทที่5 - 2 มือ สร้างรายได้

เรียนรู้การสร้างรายได้ ในแบบของคุณ ค้นหาตัวตนและเปิดมันออกมา การหาเงินไม่ใช่การหาสมัครงาน ถ้าคุณหางานคุณจะได้งานถ้าคุณหาเงินคุณจะได้เงิน ผมจะเขียนจนกว่าคุณจะรวย ติดตามอ่านทุกอาทิตย์นะครับ

2MUO.COM

วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

สอนสร้างธุรกิจส่วนตัว บทที่5

   
  บทที่ 5 การลงมือทำ
   
         คงเป็นบทสุดท้ายของการเริ่มต้นธุรกิจ บทนี้ผมคงต้องกระตุ้นตัวคุณแรงๆ เพราะว่ามนุษย์มีความขี้เกียจและดื้อพอสมควรหากไม่ถึงที่สุดก็จะนั่งๆนอนๆอยู่เฉยๆแต่มีกลุ่มคนส่วนน้อยที่มุ่งมั่นและพยายามตลอดเวลาเพื่อที่จะไปอยู่จุดสูงสุดของการเงินหรือชีวิตที่ดีขึ้น การลงมือทำนั้นจริงๆแล้วคุณได้เริ่มทำมาแล้วตั้งแต่บทแรก คือ การเขียนชื่อธุรกิจและการวางแผนต่างๆ สิ่งต่อไปที่เราจะคือทำตามแผนที่คุณวางใว้ให้เห็นผลเร็วที่สุด เมื่อทำออกมาแล้วมันดีหรือไม่ดี ส่วนมากจะเกิดมาแผนที่วางใว้และคุณสามารถปฏิบัติตามแผนครบถ้วนหรือไม่? ทุกอย่างไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ มันมีเหตุและผลของมัน ถึงแม้ว่าเราจะวางแผนมาแล้วก็ตาม แต่แผนที่พาไปสู่ความล้มเหลวก็มี ไม่ใช่ว่าทุกแผนที่วางใว้จะสำเร็จเสมอไป
ยกตัวอย่าง
สมมุติ คุณวางแผนไปทำงานตอนเช้า เข้างาน 08:00น. มีเวลาอาบน้ำ 20 นาที เดินทางปกติ 20 นาที
      แผนที่ 1. เข้างาน 08:00 น. คุณวางแผนตื่น 08:00 น.
จากแผนข้างบนคุณไปทำงานสายแน่นอน เพราะต้องอาบน้ำ แต่งตัว ขับรถไปทำงาน ซึ่งกินเวลาไปอีก40นาที ไปสาย 100%
      แผนที่ 2. เข้างาน 08:00 น. คุณวางแผนตื่น 07:20 น.
อาบน้ำแต่งตัว 20 นาที เหลือเวลาอีก 20 นาที คุณต้องไปให้ถึงที่ทำงาน ถ้ารถไม่ติดคุณอาจจะถึง แต่ถ้ารถติดหละ อาจจะใช้เวลา 30 นาที ซึ่งมันเกินเวลาเข้าไป 10 นาที คุณอาจจะคิดว่ามันไม่ติดแต่มันดันติดเพราะมีรถชนกันข้างหน้า ผมขอเรียกจุดนี้ว่า ความเสี่ยง มันอาจจะเกิดหรือไม่เกิดก็ได้ เราต้องคิดเผื่อจุดนี้ใว้ด้วย เพื่อกระจายความเสี่ยง เรื่องการกระจายความเสี่ยงและวิธีจัดการกับความเสี่ยงผมจะสอนในบทต่อไป แผนนี้คุณอาจไปสาย 50/50
    แผนที่ 3.เข้างาน 08:00 น. คุณวางแผนตื่น 06:20 น.
คุณมีเวลาเหลือเยอะสำหรับการไปทำงาน โอกาสที่คุณจะไปสายอาจจะเหลือ 10 % เหลือใว้ให้เหตุสุดวิสัยจริงๆ เช่นรถมีปัญหา ปิดถนนเพื่อเดินขบวนต่างๆ หรืออุบัติเหตุ
    ก่อนจะเริ่มลงมือเราต้องตรวจสอบแผนของเราว่ามีความเป็นไปได้มากแค่ไหนที่จะสำเร็จ หรือมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใดและเราจัดการกับความเสี่ยงนั้นอย่างไร หากจัดการได้ดีโอกาสที่จะสำเร็จจะเพิ่มสูงขึ้น เมื่อตรวจสอบดีแล้ว(ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถเรานะว่าวิเคาะห์ได้แค่ไหน)อย่าได้กังวลกับเรื่องนี่ครับ หากล้มเหลวเราก็แค่ทำมันใหม่โดยวิเคราะห์จากแผนเดิม เขาเรียกว่าประสบการณ์ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีแต่เราผ่านมาแล้วจึงเรียกว่าประสบการณ์ อย่ากลัวความล้มเหลวไม่ว่าคุณจะทำสำเร็จหรือล้มเหลวยังไงคุณก็ต้องพัฒนาสิ่งนั้นต่อไปอีกอยู่ดี 
      มาที่เรื่องของเราต่อ การลงมือทำนั้นหลายๆคนติดปัญหานี้กันค่องข้างเยอะ เพราะเหตุหลายๆอย่างที่ตัวเองตั้งขึ้นมา ผมเรียกมันว่าข้ออ้าง เมื่อคิดดูเหตุผลเหล่านั้นดีๆมันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย อย่างเช่น ขี้อาย ไม่กล้าคุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่เราไม่รู้จัก,เกรงใจคนอื่นบ้าง,กลัวล้มเหลวคนอื่นจะสมน้ำหน้าเอา และข้ออ้างอื่นๆอีกมากมาย แต่บางคนก็กล้าพูดกล้าทำแบบไม่แคร์สายตาผู้คน ผมพยายามที่จะรู้ให้ได้ว่าพวกเขาคิดแบบไหนอยู่ถึงได้กล้าทำสิ่งเหล่านั้น และผมก็ได้ประสบกับตัวเอง ตอนที่เราไม่กล้าเพราะเราไปสนใจคนอื่นจนลืมนึกถึงตัวเอง กลัวว่าคนอื่นจะนินทาแบบโน้น แบบนี้ เฮ้ย...ไอ้นี้มันบ้ารึเปล่า ถ้าคุณคิดแบบนั้นให้คุณเปลี่ยนมามองตัวเองอย่าไปสนใจคนอื่นให้มันมากนัก เขาไม่ได้มาช่วยอะไรเราตอนเราลำบาก หรือไม่ได้มาช่วยอะไรเราเลยต่างคนต่างทำหน้าที่ของใครของมัน
     คราวนี้กลับมามองที่ตัวเรา มาสนใจที่ตัวเรา ว่าเราจะสร้างธุรกิจของ เราจะเป็นคนยิ่งใหญ่ เราจะเป็นคนรวย เราจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ เราจะทำตามแผนของเราแล้วเราจะก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิต ฉันจะรีบทำตรงนี้ให้เสร็จเร็ว ใครอย่าได้มาขวางทางฉัน ส่วนพวกที่เดินไปเดินมาไปวันๆอยากมองอยากนินทาก็ตามแต่ พวกแกก็อยู่ได้แค่ตรงนี้แหละ (แล้วก็ยิ้มในใจ)
     ผมเคยอ่านเจอว่า ถ้าพรุ่งนี้คุณจะตาย วันนี้คุณจะทำอะไร ผมเลยเอามาลองสมมุติให้คุณไปใช้ดูนะครับ ถ้าสมมุติอีก3เดือนคุณจะตายคุณจะเริ่มธุรกิจเพื่อประสบความสำเร็จในชีวิตวันไหน  หรือสมมุติอีก 1 ปีคุณจะตายคุณจะเริ่มธุรกิจเพื่อประสบความสำเร็จในชีวิตวันไหน คนเราถ้าไม่ที่สุดยากที่จะทำในเรื่องส่วนตัวของตัวเอง เช่น หิว ถ้าไม่หิวมากๆอยู่คนเดียวก็ขี้เกียจไปกิน ซักผ้าถ้าไม่มีจะใส่จริงๆค่อยไปซักกองเท่าหัว กวาดบ้านอยู่แบบตัวคนเดียวยากมากที่จะกวาด แล้วให้ทำธุรกิจส่วนตัวคุณคิดว่าคนพวกนี้จะเริ่มทำตอนไหน ถ้าให้ผมเดา ชาตินี้คงต้องเป็นลูกน้องเขาตลอดชีวิต เพราะเขาไม่ให้ความสำคัญกับตัวเขาเลย เขาไม่มอง ไม่สนใจตัวเขาเลย นึกอยากทำค่อยทำตอนไหนก็ได้
    ถ้าคุณอ่านมาถึงบทนี้ผมว่าคุณไม่ใช่คนพวกนั้นแน่นอน หวังว่าการนำทางของผมจะพาคนไปสู่ความสำเร็จในชีวิต การลงมือทำมันส่งผลค่อนข้างเยอะมากสำหรับการเดินทางไปสู่ความสำเร็จในชีวิตการ ต่อให้คุณรู้วิธีการ หรือมีแผนดีๆ แต่ไม่ลงมือทำสักที แบบนี้คงย่ำอยู่ที่เดิม การลงมือทำคุณต้องใส่ความคิดที่กระตุ้นตัวเองให้ลงมือทำเพราะมนุษย์มีความขี้เกียจเป็นพื้นฐานหากไม่ถึงที่สุดจริงๆจะไม่ทำ  ผมจะใส่ความคิดใว้ให้ คุณเลือกเอาไปใช้กัน จะใช้ทั้งหมดเลยก็ได้ หรือคุณจะคิดขึ้นมาเองก็ได้โดยการทำให้มันถึงที่สุด

  1. ฉันมีชีวิตเหลืออีก 3 เดือน
  2. ถ้าฉันไม่ทำวันนี้ พรุ่งนี้จะมีคนทำแทน
  3. วันนี้ต้องรีบทำ เพราะฉันมีอะไรต้องอีกเยอะ
  4. วันนึง พ่อ แม่ ฉันจะต้องป่วย ฉันต้องมีเงินใว้เพื่อรักษาท่าน ดูแลท่าน 
  5. ฉันไม่ยอมให้ลูกฉันจนเหมือนฉัน
  6. ฉันจะรวยภายใน 3 เดือน
  7. ฉันจะรวยกว่าพวกที่ชอบดูถูกฉัน
  8. ถ้าไม่รวยฉันไม่ยอมตาย
  9. โลกนี้ต้องรู้จักชื่อฉัน
  10. พ่อ แม่ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน หนูจัดการเอง
    ประมาณนี้ แต่คุณต้องทำให้มันสมจริงโดยการใส่อารมณ์ ใส่จินตนาการเข้าไป ถ้าคุณทำให้มันสมจริงมากเท่าไหร่แรงกระตุ้น หรือที่เขาเรียกว่าไฟในตัว จะมากขึ้นเท่านั้น เมื่อได้ไฟมาแล้วอย่าสนใจใคร มุ่งหน้าไปอย่างเดียว ไฟมันมีหมดคุณต้องคอยเติมมันอยู่ตลอด
    เอาใว้แค่นี้ก่อน มีอะไรเพิ่มเติมเดี๊ยวมาเพิ่มให้วันหลังนะครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง

-บทที่ 1

-บทที่ 2

-บทที่ 3

-บทที่ 4



  เพิ่มเพื่อน หรือ google+

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

New post

10 อาชีพที่น่าสนใจ 2020

10 อาชีพที่น่าสนใจ 2020 1.ขนส่ง      การขนส่งมีมานานแล้ว แต่ความต้องการมันสูงขึ้น เพราะตลาดออนไล์ ทำให้ทุกวันนี้เกิดบริษัทเกี่ยวการขน...